ช่วงนี้ฟ้าฝน ไม่ค่อยเป็นใจสำหรับหลายๆท่านที่ต้องเดินทางในช่วงฝนตก ซึ่งก็มีโอกาสที่โทรศัพท์มือถือของเราจะมีโดนน้ำฝนจนทำให้มือถือสุดที่รักของเราเปียก ถ้าโชคไม่ดีน้ำเข้าก็เตรียมซ่อมกันได้เลย วันนี้เราเลยมาแนะนำวิธีรับมือกับฝนกันครับ


1. เก็บมือถือของคุณให้มิดชิด ใช่ครับวิธีที่ง่ายที่สุดคือเก็บมือถือของเราให้มิดชิดที่สุด เช่นเก็บในกระเป๋าสะพายของเรา ในปัจจุบันนี้กระเป๋าพกพาส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติกันน้ำระดับหนึ่งทำให้ถ้าเราไม่เปียกฝนจนชุ่ม กระเป๋าพวกนี้ก็เพียงพอที่จะปกป้องมือถือของเราครับ แต่เพื่อให้มั่นใจมากขึ้น แนะนำว่าควรหาซองพลาสติกกันน้ำแบบที่มีสายคล้องคอมาใส่มือถือไว้จะดีกว่าครับ สะดวกกว่าด้วย

2. ในกรณีเปียกน้ำ ห้าม! ปิด เปิด มือถือโดยเด็ดขาด โดยปกติแล้วมือถือรุ่นใหม่ๆในระดับกลางขึ้นไปมักจะมีคุณสมบัติในการกันน้ำในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจจนเกินไปครับ ในกรณีที่คิดว่าน้ำเข้ามือถือแน่ๆ สิ่งที่ควรทำอย่างแรกเลยคือพยายามทำให้มือถือแห้งที่สุดก่อนจะทำอะไรต่อไป ไม่แนะนำให้กดปิดเครื่อง เพราะการทำแบบนี้อาจจะทำให้มือถือไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้ข้อควรระวังเมื่อมือถือเปียกน้ำคือ ห้ามชาร์จ ห้ามกดปุ่มต่างๆ งดการกระทำใดๆที่ตะสร้างความเสียหายให้กับมือถือมากขึ้น เช่น การใช้พัดลมหรือไดร์เป่าผมเป่าโทรศัพท์เด็ดขาด

3. ดูดความชื้นออก ถ้าเป็นสมัยก่อนผู้ใหญ่ก็จะบอกว่า ”ถอดแบต แล้วเอาไปแช่ถังข้าวสาร” ใช่ครับแต่สมัยนี้ถุงดูดความชื้นสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น เพียงแค่คุณนำถุงความชื้นมาวางไว้กับมือถือแล้วนำไปไว้ในที่ปิดทิ้งเอาไว้ ความชื้นที่อยู่ในมือถือของเราค่อยๆหายไปครับ โดยมากใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าความชื้นได้หายไปแล้วจริงๆ

4. อย่าด่วนชาร์จไฟ เมื่อแน่ใจว่าโทรศัพท์มือถือแห้งสนิทแล้ว อย่าเพิ่งชาร์จไฟทันที เนื่องจากแผงวงจรเพิ่งผ่านความชื้นมา ให้ลองเปิดเครื่องดูก่อน หากเปิดใช้งานได้แล้ว ลองตรวจสอบว่ายังใช้งานได้ปกติหรือไม่ เช่น หน้าจอแสดงผล, โทรออกหรือรับสาย, ลำโพงเสียงดังปกติหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น