หลายคนน่าจะเคยเจอคำว่า Kbps ตอนดูสเปกแพ็กเกจเน็ต หรือตอนใช้เน็ตความเร็วสูงจนครบโควตาแล้วโดนลดสปีดลงมา แล้วก็สงสัยทันทีว่ามันคืออะไรกันแน่ และช้าแค่ไหน
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ Kbps คือ kilobits per second หรือกิโลบิตต่อวินาที เป็นหน่วยที่บอกว่าในหนึ่งวินาทีมีข้อมูลวิ่งผ่านไปกี่บิต ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งเร็ว โดยหลักแปลงง่าย ๆ คือ 1,000 Kbps เท่ากับ 1 Mbps พอดี
ลองเทียบตัวเลขดูสักหน่อย ถ้าเน็ตอยู่ที่ 4 Mbps จะเท่ากับ 4,000 Kbps ซึ่งเร็วกว่า 512 Kbps ที่หลายคนคุ้นเคยตอนเน็ตโดนลดสปีดอยู่ประมาณ 7.8 เท่า
bit กับ byte ต่างกันตรงไหน ทำไมถึงสำคัญ
จุดที่ทำให้คนงงบ่อยที่สุดคือตัวพิมพ์เล็กกับตัวพิมพ์ใหญ่ b เล็กหมายถึง bit ส่วน B ใหญ่หมายถึง byte และ 1 byte เท่ากับ 8 bits พอดีเป๊ะ
นี่แหละคือเหตุผลที่เน็ต 8 Mbps ไม่ได้แปลว่าจะโหลดไฟล์ได้ 8 MB ต่อวินาทีอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกัน ความเร็วดาวน์โหลดทางทฤษฎีจริง ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 1 MB/s เท่านั้น ยังไม่นับ overhead หรือข้อมูลส่วนเกินที่ระบบต้องแนบไปด้วยทุกครั้งที่ส่งข้อมูล เช่น ข้อมูลระบุปลายทางหรือการเข้ารหัส ซึ่งกินแบนด์วิดท์ไปส่วนหนึ่งโดยที่ไม่ใช่เนื้อหาไฟล์จริง หรือข้อจำกัดอื่นที่ทำให้ช้าลงไปอีก
ตารางแปลง Kbps เป็น Mbps
ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองดูตารางเทียบตรงนี้
| Kbps | Mbps | อัตราดาวน์โหลดตามทฤษฎี |
| 128 Kbps | 0.128 Mbps | 16 KB/s |
| 256 Kbps | 0.256 Mbps | 32 KB/s |
| 384 Kbps | 0.384 Mbps | 48 KB/s |
| 512 Kbps | 0.512 Mbps | 64 KB/s |
| 1,000 Kbps | 1 Mbps | 125 KB/s |
| 4,000 Kbps | 4 Mbps | 500 KB/s |
| 10,000 Kbps | 10 Mbps | 1.25 MB/s |
ตัวเลขความเร็วดาวน์โหลดในตารางนี้มาจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ล้วน ๆ คือหารด้วย 8 ในการใช้งานจริงความเร็วมักต่ำกว่านี้เสมอ เพราะมีทั้ง overhead ของระบบ สัญญาณที่ไม่นิ่ง เซิร์ฟเวอร์ปลายทางที่มีคนใช้งานพร้อมกันเยอะ หรือจำนวนอุปกรณ์ที่แชร์เน็ตเส้นเดียวกัน
Kbps, KB/s, Mbps และ MB/s ต่างกันอย่างไร

หน่วยที่หน้าตาคล้ายกันพวกนี้ ใช้ในบริบทที่ต่างกันไป
- Kbps (กิโลบิตต่อวินาที) มักเจอตอนเน็ตโดนลดสปีดหลัง FUP หรือตอนสตรีมเสียง
- KB/s (กิโลไบต์ต่อวินาที) เป็นหน่วยที่ขึ้นบนหน้าดาวน์โหลดไฟล์ทั่วไป
- Mbps (เมกะบิตต่อวินาที) หน่วยที่ค่ายมือถือและผู้ให้บริการเน็ตใช้โฆษณาความเร็ว
- MB/s (เมกะไบต์ต่อวินาที) หน่วยที่บอกความเร็วโอนไฟล์จริง ๆ
จำง่าย ๆ แค่ว่า B ใหญ่คือ byte เสมอ และ 1 byte เท่ากับ 8 bits เพราะงั้นถ้าแพ็กเกจโฆษณาว่าให้ 8 Mbps อย่าคาดหวังว่าหน้าดาวน์โหลดจะขึ้น 8 MB/s เด็ดขาด ความเร็วดาวน์โหลดจริง ๆ จะอยู่ที่ราว 1 MB/s เท่านั้นเอง
512 Kbps เร็วไหม ใช้อะไรได้บ้าง

ตอบตรง ๆ ว่าช้า สำหรับเว็บและแอปยุคนี้ 512 Kbps ถือว่าช้าพอสมควร แต่ไม่ได้แปลว่าใช้อะไรไม่ได้เลยเสียทีเดียว งานเบา ๆ อย่างแชตข้อความ เปิดแผนที่แบบยอมรอโหลดสักหน่อย เช็คอีเมลที่ไม่มีไฟล์แนบใหญ่ หรือฟังเพลงยังพอไหวอยู่
แต่ถ้าจะส่งรูปเยอะ ๆ เปิดเว็บที่มีรูปเต็มหน้า วิดีโอคอล หรือดูวิดีโอ บอกเลยว่าจะรู้สึกอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย เพราะทุกอย่างจะโหลดช้าและกระตุกเป็นระยะ
| กิจกรรม | การใช้งานโดยประมาณ |
| แชตข้อความ | พอใช้ได้เมื่อสัญญาณนิ่ง |
| ส่งรูป | ทำได้แต่ต้องรอ โดยเฉพาะรูปความละเอียดสูง |
| แผนที่ | พอเปิดเส้นทางได้ แต่อัปเดตช้าหากยังไม่มี cache |
| เพลงออนไลน์ | พอไหวเมื่อเลือกคุณภาพต่ำและไม่ทำอย่างอื่นพร้อมกัน |
| เว็บทั่วไป | หน้าเบาพอใช้ หน้าที่มีโฆษณาหรือรูปเยอะโหลดช้า |
| วิดีโอ | ไม่เหมาะ อาจต้องลดความละเอียด |
| วิดีโอคอล | ไม่ควรคาดหวังภาพและเสียงที่ลื่น ๆ |
แน่นอนว่าผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งตัวแอปเอง ระบบบีบอัดข้อมูล (codec) ความแรงของสัญญาณ ค่า latency และจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้งานพร้อมกัน ถ้าเผลอแชร์ฮอตสปอต 512 Kbps ให้อีกเครื่องด้วย ความเร็วที่แต่ละเครื่องได้รับก็จะยิ่งลดลงไปอีก
128, 256 และ 384 Kbps ต่างจาก 512 Kbps แค่ไหน
ถ้าเทียบกันในกลุ่มความเร็วต่ำด้วยกันเอง 128 Kbps เหมาะกับข้อความและงานข้อมูลที่น้อย ๆ เป็นหลัก ส่วน 256-384 Kbps จะขยับขึ้นมาหน่อย พอโหลดข้อความกับรูปขนาดเล็กได้ไวขึ้นบ้าง แต่การเปิดเว็บใหญ่ ๆ หรือส่งไฟล์ก็ยังคงต้องใช้เวลาพอสมควร
ในทางตัวเลข 512 Kbps เร็วกว่า 128 Kbps ถึง 4 เท่า แต่อย่าคาดหวังว่าทุกแอปจะรู้สึกเร็วขึ้น 4 เท่าตามไปด้วย เพราะยังมีเรื่อง latency และขั้นตอนการเชื่อมต่อที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วเน็ตเพียงอย่างเดียว
ความเร็วระดับนี้ส่วนใหญ่มักเจอหลังใช้ดาต้าความเร็วสูงจนครบโควตา หรือที่เรียกกันว่าโดน FUP นั่นเอง ถ้างานที่ทำยังต้องพึ่งแผนที่ ประชุมออนไลน์ หรือส่งไฟล์งานอยู่บ่อย ๆ แนะนำให้เลือกแพ็กเกจที่มี GB เผื่อไว้เยอะหน่อย จะได้ไม่ต้องมาลุ้นว่าจะโดนลดสปีดตอนไหน
ใช้เวลานานแค่ไหนในการดาวน์โหลดไฟล์
อยากรู้ว่าโหลดไฟล์จะนานแค่ไหน มีสูตรคำนวณคร่าว ๆ ให้ลองเอาไปใช้กันได้
เวลา (วินาที) = ขนาดไฟล์ (MB) × 8 ÷ ความเร็ว (Mbps)
ยกตัวอย่างเช่น ไฟล์ขนาด 10MB ถ้าโหลดผ่านเน็ต 512 Kbps หรือ 0.512 Mbps จะใช้เวลาอย่างน้อยราว 156 วินาที หรือประมาณ 2 นาที 36 วินาทีตามการคำนวณ ในขณะที่เน็ต 4 Mbps จะใช้เวลาแค่ราว 20 วินาทีเท่านั้น และของจริงมักจะนานกว่านี้เสมอ เพราะมี overhead กับสัญญาณที่ไม่นิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
| ไฟล์ 10MB | เวลา |
| 128 Kbps | ประมาณ 10 นาที 25 วินาที |
| 256 Kbps | ประมาณ 5 นาที 13 วินาที |
| 512 Kbps | ประมาณ 2 นาที 36 วินาที |
| 1 Mbps | ประมาณ 1 นาที 20 วินาที |
| 4 Mbps | ประมาณ 20 วินาที |
ความเร็วกับปริมาณ GB เป็นคนละเรื่องกัน
หลายคนมักสับสนสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน แพ็กเกจ 512 Kbps แบบไม่อั้น ใช้ได้เรื่อย ๆ ตลอดอายุโปรโมชั่นก็จริง แต่ต้องแลกกับความช้าตลอดเวลาที่ใช้งาน ส่วนแพ็กเกจ Max Speed 10GB จะให้ความเร็วเต็มที่ในช่วงแรก แต่พอใช้ครบโควตาแล้วต้องเช็คให้ดีว่าจะถูกลดสปีดเหลือเท่าไร หรือต้องหยุดใช้งานไปเลย
ก่อนตัดสินใจเลือกแพ็กเกจไหน แนะนำให้อ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนเสมอ ถ้ายังสงสัยว่า Max Speed กับ FUP ต่างกันยังไง ลองอ่านเน็ตเต็มสปีดคืออะไรเพิ่มเติมได้ แล้วค่อยเทียบซิมเน็ตรายปีดูว่าแบบไหนให้ GB เท่าไร ความเร็วหลังใช้ครบเหลือเท่าไร และครอบคลุมพื้นที่สัญญาณที่เราใช้งานบ่อยหรือเปล่า
คำถามที่พบบ่อย
ในแง่หน่วยแล้ว Mbps ใหญ่กว่าเสมอ เพราะ 1 Mbps เท่ากับ 1,000 Kbps แต่สุดท้ายต้องดูตัวเลขจริงประกอบด้วย เช่น 512 Kbps ยังถือว่าช้ากว่า 1 Mbps ในขณะที่ 2,000 Kbps จะเท่ากับ 2 Mbps พอดี
พอเปิดได้อยู่บ้างถ้าเลือกความละเอียดต่ำสุดและสัญญาณนิ่งพอ แต่ต้องเตรียมใจรอ buffer เป็นระยะ โดยรวมแล้วไม่เหมาะกับการดูวิดีโอเป็นประจำแน่นอน และ YouTube ยังแนะนำ sustained speed ประมาณ 0.7 Mbps สำหรับ 360p และ 5 Mbps สำหรับ 1080p จึงพูดได้ว่า 512 Kbps ต่ำกว่าคำแนะนำสำหรับความละเอียด 360p แหล่งที่มา: YouTube Help
เพราะ Speedtest วัดผลเป็นหน่วย bit ต่อวินาที ในขณะที่แอปดาวน์โหลดทั่วไปมักแสดงผลเป็น byte ต่อวินาที ถ้าอยากประมาณคร่าว ๆ ให้เอาค่า Mbps หารด้วย 8 ก็จะได้ MB/s โดยประมาณ ยังไม่รวม overhead ที่ทำให้ตัวเลขจริงต่ำกว่านี้อีกนิดหน่อย
