นาทีที่รู้ตัวว่าโทรศัพท์หายคงเป็นอะไรที่ใจหายวูบ! ไม่ว่าจะลืมไว้ที่ไหน หรือโดนขโมยไป ในสมาร์ทโฟนไม่ได้มีแค่เบอร์โทร แต่ยังมีข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ และแอปธนาคารที่สำคัญอีกเพียบ แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป วันนี้ A Lot Tech ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์มือถือจะมาแนะแนวทางและ วิธีตามหาโทรศัพท์หาย ฉบับอัปเดตล่าสุดปี 2026 ที่ทำตามได้จริง ทั้งบนโทรศัพท์แอนดรอยด์และ iPhone มาดูกันเลย
4 ขั้นตอนแรกที่ต้องทำทันที เมื่อรู้ว่าโทรศัพท์หาย
ก่อนจะไปเริ่มตามหาตำแหน่ง สิ่งแรกที่ควรทำเพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันความเสียหาย มีดังนี้ครับ
- ตั้งสติ แล้วโทรเข้าเบอร์ตัวเอง: ลองยืมโทรศัพท์คนใกล้ตัวโทรเข้าเครื่องตัวเองก่อน หากแค่ลืมไว้ใกล้ๆ อาจมีคนใจดีรับสายและนำมาคืนให้ แต่ถ้าไม่มีคนรับสาย ให้ไปยังขั้นตอนต่อไปทันที
- ล็อกเครื่องจากระยะไกล (Remote Lock): ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iPhone คุณสามารถสั่งล็อกหน้าจอพร้อมกับแสดงข้อความและเบอร์ติดต่อกลับบนหน้าจอได้ วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูลในเครื่องของคุณ
- แจ้งผู้ให้บริการเครือข่าย: รีบโทรแจ้ง Call Center ของค่ายมือถือที่คุณใช้ (AIS, True, Dtac) เพื่อระงับสัญญาณซิมการ์ดของคุณชั่วคราว หรือเปลี่ยนเส้นทางการโทรไปยังหมายเลขใหม่ ป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำเบอร์โทรไปใช้ทำธุรกรรม หรือสมัครบริการต่างๆ
- เปลี่ยนรหัสผ่านที่สำคัญ: รีบเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่สำคัญทั้งหมดที่ผูกกับโทรศัพท์ เช่น อีเมล (Gmail, Outlook), โซเชียลมีเดีย (Facebook, LINE, IG) และที่สำคัญที่สุดคือ แอป Mobile Banking
วิธีตามหาโทรศัพท์หาย Android (Samsung, OPPO, Vivo, Realme)
สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ Android เช่น โทรศัพท์ OPPO, โทรศัพท์ Vivo, หรือ โทรศัพท์ Realme ระบบของ Google ได้เตรียมเครื่องมือที่ทรงพลังอย่าง “Find Hub” เอาไว้ให้แล้ว
วิธีใช้ Find Hub (Find My Device) ตามหาโทรศัพท์ Android ที่หายไป
ปัจจุบัน Google ได้อัปเกรดเครื่องมือให้ใช้งานง่ายและครอบคลุมขึ้นผ่าน Find Hub (หรือแอป Find My Device) ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติทันทีที่คุณล็อกอินบัญชี Google ไว้ในเครื่อง
ช่องทางการใช้งาน
ผ่านแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดแอป “Google’s Find Hub” ได้จาก Google Play บนมือถือหรือแท็บเล็ตเครื่องอื่น
ผ่านเว็บเบราว์เซอร์: เข้าไปที่ android.com/find
ขั้นตอนการใช้งาน
- การลงชื่อเข้าใช้
- หากใช้เครื่องอื่นแต่เป็นของตัว ให้กด “Continue as [ชื่อของคุณ]”
- (ถ้าเป็นผ่านแอปพลิเคชัน) หากยืมเครื่องเพื่อนใช้ ให้เลือก “Sign in as guest” เพื่อความปลอดภัย
- ตรวจสอบตำแหน่ง: ระบบจะแสดงแผนที่พร้อมระบุตำแหน่งล่าสุดของอุปกรณ์ที่หายไป
- เลือกคำสั่งจัดการอุปกรณ์:
- เล่นเสียง: สั่งให้เครื่องส่งเสียงดังนาน 5 นาที แม้จะปิดเสียงหรือเปิดระบบสั่นไว้ เหมาะสำหรับกรณีที่คิดว่าเครื่องตกอยู่ใกล้ๆ
- ทำให้อุปกรณ์ปลอดภัย(ล็อกอุปกรณ์): หากเครื่องไม่ได้ตั้งรหัสล็อกหน้าจอไว้ คุณสามารถสั่งล็อกเครื่องจากที่นี่ได้ทันที พร้อมพิมพ์ข้อความและเบอร์ติดต่อกลับทิ้งไว้บนหน้าจอ เพื่อให้ผู้ที่เก็บได้ติดต่อคืนเครื่อง
- รีเซ็ท: เป็นวิธีสุดท้ายเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัว โดยจะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดในเครื่องอย่างถาวร (ข้อควรระวัง: หลังจากลบแล้ว คุณจะไม่สามารถใช้ Find Hub ติดตามตำแหน่งเครื่องได้อีกต่อไป)
สนใจมือถือแอนดรอยด์สเปกแรง? ลองดูโทรศัพท์แรม 8 หรือมือถือ 2025 รุ่นใหม่ล่าสุดได้เลย รับประกันราคาถูกที่สุด ประกันศูนย์ไทย
วิธีตามหาโทรศัพท์หาย iPhone / iPad
สาวก Apple ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะระบบ “Find My” นั้นมีประสิทธิภาพสูงมากในการ ตามหาโทรศัพท์หาย และอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple
สิ่งที่ต้องมีคือ Apple ID ที่เคยลงชื่อเข้าใช้ในเครื่อง และเปิดฟีเจอร์ “Find My iPhone” ไว้ล่วงหน้า
วิธีทำ
- ไปที่เว็บไซต์ icloud.com/find หรือใช้แอป “Find My” บนอุปกรณ์ Apple เครื่องอื่น (iPad, Mac)
- ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณ
- บนแผนที่จะแสดงตำแหน่งล่าสุดของ iPhone หรือ iPad ของคุณ
- เล่นเสียง (Play Sound): คล้ายกับของ Android เพื่อค้นหาเครื่องในบริเวณใกล้เคียง
- โหมดสูญหาย (Lost Mode): เป็นฟีเจอร์ที่สำคัญมาก! คุณสามารถล็อกเครื่อง, แสดงข้อความ, และติดตามตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่อง หากเครื่องกลับมาออนไลน์เมื่อไหร่ ระบบจะแจ้งเตือนคุณทันที
- ลบข้อมูล iPhone (Erase iPhone): ใช้ในกรณีที่แน่ใจแล้วว่าไม่ได้คืน เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว
กำลังมองหา iPhone รุ่นใหม่อยู่รึเปล่า? ลองอ่านบทความไอโฟนรุ่นไหนดีประกอบการตัดสินใจสิ
โทรศัพท์หาย ปิดเครื่อง… ยังหาเจอได้ไหม?
คำถามยอดฮิตที่หลายคนกังวลคือถ้าโทรศัพท์หายแล้วแบตหมดหรือโดนปิดเครื่องจะทำอย่างไร คำตอบคือ “ยังมีหวัง” ครับ
1. สำหรับ iPhone (iOS)
iPhone รุ่นใหม่ๆ (ตั้งแต่ iPhone 11 เป็นต้นไป) มีชิปพิเศษที่ทำให้เครื่องสามารถส่งสัญญาณ Bluetooth พลังงานต่ำได้แม้แบตเตอรี่จะหมดหรือเครื่องถูกปิด
- หาเจอได้อย่างไร: Apple ใช้เครือข่าย Find My Network โดยให้ iPhone เครื่องอื่นๆ ของคนแปลกหน้าที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยส่งพิกัดเครื่องคุณกลับขึ้นระบบอย่างเป็นความลับ
- เงื่อนไข: คุณต้องเปิดคำสั่ง “เครือข่ายค้นหาของฉัน” (Find My Network) ไว้ในตั้งค่าก่อนหาย
- จุดสังเกต: ตอนคุณจะปิดเครื่อง iPhone รุ่นใหม่ๆ มันจะมีข้อความตัวเล็กๆ ใต้แถบเลื่อนปิดเครื่องว่า “iPhone Findable After Power Off” (ค้นหา iPhone ได้แม้ปิดเครื่อง)
2. สำหรับ Android
ฝั่ง Android ได้อัปเกรดระบบ Find My Device (Find Hub) ให้แข็งแกร่งขึ้นมากเทียบเท่า Apple แล้ว
- หาเจอได้อย่างไร: Google ใช้เครือข่ายอุปกรณ์ Android หลายพันล้านเครื่องทั่วโลกช่วยกันตามหาแบบ Offline (Offline Finding)
- รุ่นที่รองรับ: หากเป็นรุ่นเรือธง (เช่น Pixel 8 ขึ้นไป หรือ Samsung S Series รุ่นใหม่ๆ) จะมีฮาร์ดแวร์พิเศษที่รองรับการตามหาแม้เครื่อง ปิดสนิท หรือ แบตหมด
- Samsung: มีระบบ Samsung Find (ชื่อเดิม Find My Mobile) ที่สามารถเปิดโหมด Offline Finding เพื่อใช้ Galaxy เครื่องอื่นช่วยหาได้เช่นกัน
ตามหาโทรศัพท์หายด้วยเบอร์… ทำได้จริงหรือ?
เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ค้นหากันเยอะมากว่าสามารถหาโทรศัพท์หายด้วยเบอร์ได้หรือไม่?
คำตอบคือ: โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้ครับ
การระบุตำแหน่งจากเบอร์โทรศัพท์มือถือเป็นอำนาจของผู้ให้บริการเครือข่ายและเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในกระบวนการสืบสวนคดีความเท่านั้น โปรแกรมหรือเว็บไซต์ที่อ้างว่าตามหาโทรศัพท์หายด้วยเบอร์ฟรี ส่วนใหญ่มักเป็นแอปหลอกลวงหรืออาจขโมยข้อมูลของคุณได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช้ Google Find My Device เพื่อดู “ตำแหน่งสุดท้าย” ที่เครื่องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งปัจจุบัน แต่ก็เป็นเบาะแสสำคัญที่สุดครับ
ทำได้ครับ การ “หาโทรศัพท์หายด้วยอีเมล” ก็คือการใช้ Google Find My Device (สำหรับ Android) หรือ iCloud Find My (สำหรับ iPhone) ซึ่งทั้งสองบริการนี้ต้องใช้ “อีเมล” ที่ผูกกับเครื่องในการลงชื่อเข้าใช้นั่นเอง
ยังมีโอกาสเจอครับ ระบบจะพยายามหาตำแหน่งจากสัญญาณ Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือที่อยู่ใกล้เคียงแทน แม้ความแม่นยำจะลดลงแต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้ตำแหน่งเลย
ควรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยว่าถูกขโมย หลักฐานนี้อาจจำเป็นในการประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายต่อไป
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนที่กำลังเจอปัญหานี้สามารถตามหาโทรศัพท์สุดที่รักกลับคืนมาได้นะครับ และเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ การมีพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้เสมอเพื่อไม่ให้แบตหมด ก็เป็นอีกวิธีป้องกันที่ดีเช่นกันครับ!
